Categories

ปริญญาน้ำตาแม่

posted on 03 Nov 2009 17:32 by engjun

คว้างพร่างคว้างพลิ้วละลิ่วพลัด   
พรูร่วง พรูลัดทั้งราวป่า
                  ว่อนว่ายไหวเถื่อนทิววนา                  
ขณะลมโหมกล้ากระชากเกลียว
           ปลิดใบปริก้านลงผละกิ่ง           
เปิดฤดูแดดิ่งโดยลมเกรี้ยว
                และห่มพื้นได้ในพริบเดียว                 
เปิดฤดูแห้งเหี่ยวให้ห่อคลุม
บินหลาบินหลงมาไกลนัก
เหลียวคอนผ่อนพักก็ไร้พุ่ม
                  ฤาแล้งทิ้งแล้งถิ่นสุมทุม                  
ฤาสูญร้างซุ้มเสียสิ้นแล้ว
             โผเผเร่กายลงร่อนเกาะ             
จำเพาะยางแก่อยู่แน่แน่ว
                   วงตาเคยวับมาวายแวว                    
จำเรียงเคยแจ้วมาจบคำ
มิเล่าบอกเรื่องแต่เบื้องหลัง
 ว่าใดฤดูยังมายีย่ำ
                   ว่าใดฟ้าเปิดเป็นประจำ                   
ว่าแดดใดช้ำลงสาดแดง
      เจ้าขืนไรเค้นเรี่ยวของเรียวปีก   
  โฉบฉีกชะวากฟ้าและฟายแสง
                  ผ่านเดือนฤดูอันเดือนแรง               
เพียงเพื่อหมายแห่งกระไรนำ
หรือเพื่อเลี่ยงหนีแต่พรานน้อย
  ผู้คอยเคลื่อนธนูเล็งกระหน่ำ
                ผู้ล่อบ่วงแร้วกระหวัดจำ                 
ผู้เติมต่อคำตำนานคน
  หรือเพื่อหลบหลีกแต่ไฟร้อน   
ร้างคอนลำเค็ญและขื่นข้น
          ร้างด่านดงแดนที่แดดล          
เมื่อฤดูใบปรนเป็นเชื้อเปลว
         ข่าวว่าพรานน้อยฉมังนัก          
ทุกแม่นธนูมักมิล้มเหลว
           วิถีเที่ยงตรงทั้งแรง...เร็ว             
อำมหิต โหด เลว และน่าชัง
       ลือว่าบ่างแร้วล้วนลับเร้น         
โดยตาฤาเห็นระวังตั้ง
           โดยเหยื่อใดยากระแวงยัง              
รู้หยั่งยวงใยแห่งสายโยง
       ฟังว่าฟ้าแปลบแสงไฟป่า        
ในฤดูถิ่นวนาปลิดใบโปร่ง
                 โชนสีแดงดุขึ้นคุโพลง                   
เผาลานผลาญโล่งนั้นลุกลาม

       จาก....หมอกฝัน ม่านฟ้า  ห่าฝน   บทกวีของพี่ชาย  วรภ  วรภา

                       

พลง ปริญญาน้ำตาแม่

ศิลปิน แตงโม ภัทรา

118 

บินหลาเจ้ามาจากทักษิณ
โผบินไปสู่ถิ่นใด
ก่อนเคยบรรเลงเพลงปักษ์ใต้
เดี๋ยวนี้เงียบหายไกลตา

หรือเจ้าหลงเข้าสู่กรงทอง
เจ้าจึงลืมหนองน้ำบ้านนา
แม้นเจ้าฟังเพลงที่ครวญมา
เตือนว่าอย่าหลงฟ้ากรุงไกร

เมืองใต้ปักษ์ใต้เราวันนี้
มากมีคนที่มีน้ำใจ
เมืองกรุงแม้นจะงามวิไล
แต่น้ำใจยากใครให้มา
หนุ่มสาวเหล่าชาวทักษิณ
อย่าลืมถิ่นกลิ่นแกงพุงปลา
ความหวังก็คือปริญญา
แต่ค่าตำราคือน้ำตาแม่เรา

ฝากเตือนพี่บ่าวพี่สาว
อย่ามัวเมาโง่เขลาติดยา
รู้ไหมแม่กรีดยางพารา
หวังเห็นปริญญาจึงส่งเจ้าเล่าเรียน

แม่เก็บออมรอมริบเงินทอง
บางครั้งเศร้าหมองสมองเวียน
ความหวังคือลูกยังเล่าเรียน
ลูกจ๋าแม่เพียงเห็นลูกรับปริญญา

เยาวชนที่หลงตนพลาดพลั้ง
ทิ้งความหวังของบิดรมารดา
เหล้าที่กินดิ้นเมาเอฮา
เหล้าและโซดาเหงื่อกายาแม่เรา

แม่เฝ้ามองจ้องอยู่ข้างหลัง
ความหวังเมื่อครั้งท่านแก่เฒ่า
ลูกลืมสิ้น หลงกลิ่นน้ำเมา
น้ำตาแม่เจ้าที่เอาหล้าดื่มกิน
                                                   

Comment

Comment:

Tweet

ชอบน้ำเสียงมาก
เนื้อหาก็มีประโยชน์มาก
กับนักศึกษาสมัยนี้

#4 By nattakit (118.175.155.78) on 2010-05-09 01:26

ภาพสวย กลอนเพราะค่ะ

#3 By on 2009-11-04 06:37

วาดรูปสวยอีกแล้ว

#2 By ขอบฟ้า on 2009-11-03 21:17

big smile

#1 By พริม on 2009-11-03 18:50