Categories

ลูกของพ่อ

posted on 02 Dec 2009 13:03 by engjun

  ... คือมือที่เลี้ยงลูกเก้าคนไม่จนอับ  

 ไม่มีทรัพย์กองให้ไร้ศึกษา

         ใช้แรงกายแรงสองมือคือวิชา         

    ภูมิปัญญาพลิกแพลงเอาส่งเจ้าเรียน

      มาบัดนี้...ภูมิปัญญาอีกมากมายสิ้นถ่ายทอด 

     คงไหม้มอดกับเถ้าถ่านในวันเปลึ่ยน

       ภูมิปัญญารุ่นต่อรุ่นไม่หมุนเวียน   

    แข่งกันเรียน...ลืมรากเหง้าของเราเอง

ไม่มีวันใดที่ฉันจะไม่คิดถึงพ่อ  ในความรู้สึกของฉัน พ่อเป็นพ่อที่ประเสริฐที่สุดในโลก  ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ได้รับการยกย่องจากหน่วยงานใด ๆ ให้เป็นคุณพ่อดีเด่น แต่พ่อ ก็เป็นพ่อดีเด่นของลูก ๆ ทุกคน และฉันเชื่อเหลือเกินว่า ชื่อเสียงเกียรติยศ ไม่สำคัญเลยสำหรับพ่อ เหมือนกับที่พ่อสอนลูก ๆ ให้เป็นคนดี พ่อบอกว่า เกียรติยศเป็นเรื่องที่สมมุติขึ้น  การเป็นคนดีนั่นแหละคือเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่

        เมื่อเด็ก ๆ ฉันเป็นลูกสาวที่ติดพ่อมาก  นอนกับพ่อ  ดูดนมพ่อ พ่อเป็นคนที่มีรูปร่างสมบูรณ์ เนื่องจากพ่อไม่เคยดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน พ่อจึงมีพุงหนา ๆ ให้ฉันขยำเล่นก่อนนอน บางครั้งฉันก็หลับ ทั้ง ๆ ที่ศีรษะยังอยู่บนพุงของพ่อ

            ในเรื่องของเกียรติยศ พ่อเคยบอกฉันว่า  ตอนพ่อเป็นหนุ่ม ๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน  เชิญให้พ่อเป็น “ครู”  สมัยนั้น ฉันคิดว่าคงเรียกว่า “ครูประชาบาล” เพราะพ่อเป็นคนเก่ง ทั้งเรื่องของหนังสือ(ภาษาไทย) และ การคิดเลข  โดยได้เงินเดือน ๆละ ไม่กี่บาท ฉันถามพ่อว่า ทำไมพ่อไม่เป็นครู  ไม่งั้น ลูกก็คงได้เป็นลูกสาวคุณครู หรืออาจเป็นลูกสาวครูใหญ่ก็ได้  พ่อบอกว่าเงินเดือนครู คงไม่พอให้พ่อเลี้ยงลูก  เพราะลูกหลายคน พ่อจึงทิ้งเกียรติยศตรงนี้ไป  ประกอบกับ สมัยนั้นการเล่นหนังตะลุง กำลังเป็นที่นิยมมาก พ่อบอกว่า ไปเป่าปี่ให้หนังตะลุง คืนเดียวได้เงินเท่ากับเงินเดือนครูทั้งเดือน ถึงฉันจะไม่ได้เป็นลูกครู แต่ฉันก็ภูมิใจในความเป็นพ่อ ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ

         พ่อเป็นเสาหลัก   เท่าที่จำได้ พ่อมิได้เป็นเฉพาะเสาหลักของคนในบ้าน อันประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ ๆ น้อง ๆ ของฉัน  แต่พ่อยังเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร  แผ่กิ่งใบ  ให้กับญาติพี่น้อง ทุก ๆ คนได้พึ่งพาอาศัยเสมอ

         พ่อเป็นโรงเรียนสารพัดช่าง   พ่อของฉันมักเป็นผู้ริเริ่ม ในการทำงานใหม่ ๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ช่างไม้  ช่างปูน  ช่างยนต์ สถาปนิก (พ่อเรียกว่า สถาปนึก) วิจิตรศิลป์   พ่อมีความคิดสร้างสรรค์  ถ้าเป็นสมัยนี้คงใช้คำว่า พ่อเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล  พ่อมักริเริ่มอาชีพใหม่ ๆ เสมอ  เมื่อมีคนอื่นทำตาม หมายความว่า ลอกเลียนแบบในลักษณะของการเป็นคู่แข่ง และมุ่งหวังทำลาย  พ่อก็จะไม่ย่อท้อ พ่อก็จะคิดทำอาชีพใหม่ไปเรื่อย ๆ ทำให้ลูก ๆ ได้ซึมซับเอาความรู้ ภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ของพ่อ จนสามารถนำมาใช้ประกอบอาชีพ สร้างครอบครัวให้มั่นคงได้

          พ่อเป็นหมอประจำบ้าน   ใครเป็นอะไรในบ้าน จะต้องผ่านการรักษาขั้นต้นจากพ่อก่อนเสมอ  ลูก ๆ ไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้อง  หรืออุบัติเหตุถึงขั้นเลือดตกยางออกพ่อก็ช่วยได้เสมอ เพราะพ่อเป็นคนมีสมาธิดี  สติมา ปัญญาเกิดอยู่เสมอ  และบางโรคหมอหลวงก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้  แต่พ่อก็ทำได้ เช่น น้องชายของฉัน เป็นโรคชัก  เวลาร้องไห้ทีไร  ก็จะชักตัวเขียว หน้าเขียว มีพ่อคนเดียวที่ทำให้หายได้ เพราะฉะนั้น วันใดที่พ่อไม่อยู่บ้าน ทุกคนก็จะทนุถนอม เอาอกเอาใจน้องชายเป็นพิเศษ  กลัวว่าหากน้องร้องไห้แล้วมีอาการชัก  ก็จะไม่มีใครช่วยได้  หรือแม้แต่เรื่องเด็กแรกเกิดร้องไห้ไม่ยอมหยุด  โบราณเชื่อว่าอาจมีผีมาหยอกมาเย้า  ก็จะมาขอให้พ่อช่วยไปปัดรังควานให้ เรื่องของการเชิญเจ้าที่เจ้าทาง หรือการตั้งศาลพระภูมิพ่อก็ทำได้

           พ่อเป็นตลกประจำบ้าน  ก่อนเขียนบันทึกนี้ ฉันพยายามคิดทบทวนความจำ  ว่าฉันเคยเห็นภาพพ่ออารมณ์เสียบ้างมั้ยนะ ฉันเคยเห็นพ่อทะเลาะกับคนอื่นบ้างมั้ยนะ  ฉันเคยเห็นพ่อทะเลาะกับแม่บ้างมั้ยนะ คำตอบมีเพียงคำตอบเดียว และเป็นคำตอบสุดท้าย คือ ไม่เคย  ฉันไม่เคยเห็นพ่ออารมณ์เสีย  เห็นแต่รอยยิ้มของพ่อ  ได้ยินแต่ข้อความที่ทำให้ฉันหัวเราะได้เสมอ  เวลาลูก ๆ ขัดแย้งกัน พ่อก็จะมีวิธีการที่ทำให้ลูก ๆ ขบขัน  หัวเราะ จนลืมเรื่องที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ พ่อไม่เคยเฆี่ยน